เยอรมนี ทิ่ม อิตาลี 2-1 – ฝรั่งเศส ควง โปรตุเกส แพ้ทั้งคู่ เลกแรก UNL – ภาพประกอบ X – UEFA Nations League
เยอรมนี ทิ่ม อิตาลี 2-1 – ซูเปอร์บิ๊กแมตช์ของ ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย อิตาลี พลาดท่าแพ้ต่อ เยอรมนี คาบ้าน 1-2 แต่โอกาสเข้ารอบยังไม่ถึงกับปิดประตู เมื่อยังมีเกมแก้มือรออยู่ สุดสัปดาห์นี้
ฟุตบอล ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก ลีกเอ มาถึงรอบ 8 ทีมสุดท้าย ซึ่งจะเตะแบบเหย้าเยือน รวมสกอร์ ก่อนเข้าช่วง Nations League Finals มินิทัวร์นาเมนต์ รอบตัดเชือก – ชิงอันดับ 3 – ชิงชนะเลิศ กันตอนซัมเมอร์ หลังจบซีซั่น
คู่ใหญ่สุดของรอบ เป็นการเจอกันของ อิตาลี กับ เยอรมนี ซึ่งเลกแรก เมื่อวันพฤหัสบดี เตะกันที่ ซาน ซิโร่ ก่อนจะไปตัดสินเลก 2 ที่ ซิกนัล อิดูน่า พาร์ค วันอาทิตย์ 23 มี.ค.
อิตาลี เริ่มต้นดีขึ้นนำ 1-0 ตั้งแต่นาทีที่ 9 มัตเตโอ โปลิตาโน่ ได้โอกาสหลุดเข้าเขตโทษฝั่งขวา ก่อนจ่ายหักคืนตรงกลาง ซานโดร โตนาลี่ วิ่งมายิงเน้นๆ ตุงตาข่าย
นาที 32 เป็นโอกาสลุ้นของ อิตาลี อีกครั้ง มัตเตโอ โปลิตาโน่ หยอดบอลเข้าเขตโทษฝั่งขวาให้ มอยเซ่ คีน วิ่งตามมาวอลเลย์เต็มหลังเท้า ทว่าบอลตรงตัว โอลิเวอร์ เบามันน์
ครึ่งหลัง เยอรมนี ปรับเกมรุกส่ง ทิม ไคลน์เดียนส์ท ลงแทน โยนาธาน บัวคาร์ดท์ และเป็น ไคลน์เดียนส์ท ที่แผลงฤทธิ์ช่วยทีมตีเสมอ 1-1 ในนาที 49 หลังขึ้นโขกลูกเปิดจาก โยชัว คิมมิช เข้าประตูไปอย่างสวยงาม
นาทีที่ 76 กลายเป็น อินทรีเหล็ก ที่ได้ประตูพลิกขึ้นนำ 2-1 จากลูกเตะมุมที่ คิมมิช เปิดเข้ามาตรงกลาง และเป็น เลออน โกเร็ตซ์ก้า โหม่งเข้าไป และจากนั้นไม่มียิงกันเพิ่ม จบที่ เยอรมนี กุมความได้เปรียบก่อนที่สกอร์ 2-1
ฝรั่งเศส ฟอร์มหลุด พ่าย โครเอเชีย 0-2
ฝรั่งเศส ทำเซอร์ไพรส์แฟนบอล ด้วยการออกไปแพ้ โครเอเชีย งามไส้ 0-2 โอกาสสูงมากในการไม่ได้ไปต่อ ตกรอบ 8 ทีมสุดท้าย ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก
เกมที่ สตาดิโอน พอลยุด โครเอเชีย เกือบนำเร็วตั้งแต่ 8 นาทีแรกเมื่อมาได้จุดโทษ จังหวะที่ อิบราฮิมา โกนาเต้ ทำแฮนด์บอล ทว่า อันเดรจ์ ครามาริช ยิงไม่ดีไปติดเซฟ ไมค์ เมนยอง และตามซ้ำไม่สำเร็จ
ฝรั่งเศส ตอบโต้คืนบ้าง นาที 16 คีลิยัน เอ็มบัปเป้ รับบอลจาก ชูลส์ คุนเด้ ก่อนซัดด้วยขวาจากเขตโทษฝั่งซ้าย ไม่ผ่านเซฟ โดมินิค ลิวาโควิช
เจ้าถิ่นมาได้ประตูนำ 1-0 ในนาที 26 อีวาน เปริซิช ได้บอลฝั่งซ้ายก่อนหาช่องเปิดเข้าเขตโทษ อันเต้ บูดิเมียร์ สอดมาโขกเต็มๆ แม้ติดมือ เมนญอง แต่บอลก็เด้งเข้าประตูไป
ช่วงทดเจ็บครึ่งแรก โครเอเชีย หนีเป็น 2-0 มาร์ติน บาตูริน่า ได้โอกาสหวดติดบล็อก บอลเด้งไปทางขวาเข้าทาง อีวาน เปริซิช วอลเลย์ตูมเดียวส่งบอลเข้าเสาไกลอย่างแม่นยำ
ครึ่งหลังนาที 61 ฝรั่งเศส น่าจะตีไข่แตกได้เมื่อ เอ็มบัปเป้ ไหลบอลเข้าเขตโทษฝั่งขวาให้ ร็องดาล โคโล่ มูอานี่ ล็อกหนี ยอสโก้ กวาร์ดิโอล ก่อนยิงด้วยซ้าย บอลถากเสาแรกออกหลังไปนิดเดียว
ช่วงเวลาที่เหลือ ฝรั่งเศส ไม่สามารถทวงคืนได้ ทำให้จบเกมเป็น โครเอเชีย เอาชนะได้ก่อน 2-0 ก่อนที่ทัพตราไก่จะกลับไปเล่นในบ้าน วันอาทิตย์นี้
เดนมาร์ก เปิดบ้านเชือด โปรตุเกส 1-0
ที่พาร์เค่น สตาดิโอน ทีมโคนมของกุนซือใหม่ ไบรอัน รีเมอร์ จัดทีมแพ็กเกมรับแน่น เกมรุกให้เป็นหน้าที่ของ คริสเตียน เอริคเซ่น, เยสเปอร์ ลินด์สตรอม, กุสตาฟ อิซัคเซ่น และหน้าเป้า มิก้า เบียเร็ธ กองหน้าเชื้อสายเยอรมันจาก โมนาโก ที่ลงเล่นทีมชาตินัดแรก
ฝั่ง โปรตุเกส ของกุนซือ โรเบร์โต้ มาร์ติเนซ ยังมาด้วยทีมเดิมๆ ที่นำโดย คริสเตียโน่ โรนัลโด้, บรูโน่ แฟร์นันเดส, เปโดร เนโต้ และ ราฟาเอล เลเอา
เป็นทาง เดนมาร์ก ที่คุมสถานการณ์ได้เป็นส่วนใหญ่ ขณะที่ โปรตุเกส ต้องพยายามตั้งเกมสวน ด้วยความวูบวาบในเกมรุก เช่นโอกาสส่องนอกเขตโทษของ เปโดร เนโต้ ที่บอลพุ่งแรงจะเสียบใต้คาน ยังติดปลายมือ แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล
เดนมาร์ก น่าได้ประตูนำอย่างยิ่งในนาทีที่ 24 เมื่อมาได้จุดโทษ แต่ปรากฏว่า คริสเตียน เอริคเซ่น กดทื่อๆ ไร้ชั้นเชิงไปโดน ดีโอโก้ คอสต้า ปัดทิ้งอย่างสบาย
ท้ายครึ่งแรก เดนมาร์ก น่าได้อีกจากจังหวะลุยของ กุสตาฟ อิซัคเซ่น เข้าทางขวาแล้วปาดเข้าใน เอริคเซ่น ยิงผ่าน ดีโอโก้ คอสต้า ได้แล้วแต่ยังติดตัวคุมเส้นอย่าง ดีโอโก้ ดาโล่ต์ เพื่อนร่วมค่าย แมนฯ ยูไนเต็ด
ครึ่งหลัง นาที 69 โคนมปรับสำรองชุดแรกส่ง ราสมุส ฮอยลุนด์ กับ อันเเดรียส สคอฟ โอลเซ่น ลงแทน มิก้า เบียเร็ธ กับ เยสเปอร์ ลินด์สตรอม
ราสมุส ฮอยลุนด์ อยู่ในสนามแค่แวบเดียวก็สร้างโอกาสจบได้ จังหวะพาบอลเข้าส่องจากทางขวา เฉี่ยวเสาสองออกหวุดหวิด
ถึงนาที 78 เดนมาร์ก เจาะตาข่ายนำ 1-0 จนได้ จังหวะต่อบอลสวยๆ เอริคเซ่น เคาะออกขวาให้ อันเเดรียส สคอฟ โอลเซ่น กระแทกต่อเข้าในถึง ราสมุส ฮอยลุนด์ แปเน้นๆ เข้าประตูไปไม่เหลือ เป็นประตูที่ 8 ในการเล่นทีมชาติ 23 นัด
จบเกม เดนมาร์ก เบียดชนะ 1-0 ก่อนไปเตะตัดสินเลก 2 ที่ลิสบอน โปรตุเกส วันอาทิตย์ 23 มี.ค. นี้
สเปน ตามทวง เนเธอร์แลนด์ 2-2 ทดเจ็บ 90+3
อีกคู่ใหญ่ของ ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย จบอย่างดุเดือด สเปน ออกไปตามตีเสมอ เนเธอร์แลนด์ 2-2
เกมที่สตาดิโอน เฟเยนูร์ด กระทิงดุ สเปน เป็นฝ่ายขึ้นนำก่อน 1-0 ในนาทีที่ 9 เปดรี้่ ไหลบอลไปบริเวณจุดโทษให้ นิโก้ วิลเลี่ยมส์ จับด้วยขวาก่อนหมุนตัวยิงด้วยซ้ายเข้าไป
เนเธอร์แลนด์ ตามตีเสมอ 1-1 นาที 28 จากจังหวะที่แนวรับสเปนเคลียร์บอลไม่ขาด จัสติน ไคลเวิร์ต เก็บบอลในเขตโทษก่อนไหลให้ โคดี้ กัคโป กดเต็มหลังเท้าส่งบอลเข้าเสาแรกไม่เหลือ
ท้ายครึ่ง เจ้าถิ่นเกือบแซง เยเรมี่ ฟริมปง เปิดบอลเข้าเขตโทษให้ ทิยานี่ ไรน์เดอร์ส ซัดด้วยขวาไปชนคานน่าเสียดาย
แต่ครึ่งหลังเริ่มมานาทีแรก เนเธอร์แลนด์ แซงนำ 2-1 จนได้เมื่อ ทิยานี่ ไรน์เดอร์ส ชิ่งให้ เยเรมี่ ฟริมปง กระชากขึ้นทางขวาเขตโทษก่อนตบย้อนไปตรงกลางให้ ทิยานี่ ไรน์เดอร์ส ตามมาแปด้วยซ้ายเข้าไปอย่างเด็ดขาด
ท้ายเกมนาที 81 เนเธอร์แลนด์ เหลือผู้เล่น 10 คนเมื่อ ยอร์เรล ฮาโต้ ฟาวล์หนักใส่ โรแบ็ง เลอ นอร์กม็องด์ ผู้ตัดสินชักใบแดงไล่ออกจากสนามทันที
ช่วงทดเจ็บ 90+3 สเปน ตามตีเสมอ 2-2 ได้สำเร็จ นิโก้ วิลเลี่ยมส์ ยิงติดเซฟก่อนที่ มิเกล เมริโน่ จะตามซ้ำเข้าไป ทำให้จบเกมเสมอกัน 2-2 และนัดสอง ทัพกระทิงจะกลับไปเล่นในบ้าน ที่ เมสตาย่า สเตเดี้ยม วันอาทิตย์นี้
ติดตามการแข่งขัน ฟุตบอลวันนี้ วิเคราะห์สถานการณ์ พรีเมียร์ลีก และเปลี่ยนการวิเคราะห์การแข่งขันที่แม่นยำของคุณ ให้กลายเป็นรายได้จริงกับ 12BET! เรียนรู้เพิ่มเติม >> 12BET.com