ฝรั่งเศส ดวลเป้าสยบ โครเอเชีย ลิ่วตัดเชือก ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก
ฝรั่งเศส ดวลเป้าสยบ โครเอเชีย – รีแมตช์ นัดชิงชนะเลิศ ฟุตบอลโลก 2018 จบในลักษณะคล้ายเดิม คือ ฝรั่งเศส เป็นผู้มีชัย หลังพลิกสถานการณ์ชนะเกมสอง 2-0 แล้วดวลจุดโทษชนะ 5-4 ผ่านเข้าตัดเชือกในที่สุด
ฟุตบอล ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย คู่ระหว่าง ฝรั่งเศส – โครเอเชีย เป็นทาง โครเอเชีย ที่ชนะมาก่อนอย่างพลิกล็อก 2-0 ทำให้ “ตราไก่” ต้องชนะคืนสถานเดียวเท่านั้น
เจ้าถิ่นของกุนซือ ดิดิเย่ร์ เดส์ชองส์ จัด 11 คนแรกแบบโรเตชั่นจากนัดแรก ตามคาด โดยส่ง แบร๊ดลี่ย์ บาร์โคล่า ลงเล่นพร้อม ไมเคิ่ล โอลิเซ่, อุสมัน เดมเบเล่ และ คีลิยัน เอ็มบัปเป้
ฝั่งทีมเยือน มาเดิมๆ ด้วยแกนหลักผู้สูงอายุอย่าง ลูก้า โมดริช, อีวาน เปริซิช, อันเดรจ์ ครามาริช และ มาเตโอ โควาซิช
เกมที่ สต๊าด เดอ ฟร้องซ์ ฝรั่งเศส ลุยเต็มสูบตั้งแต่แรก ได้จบก่อนจากเตะมุมที่ อุสมัน เดมเบเล่ เปิดให้ มานู โคเน่ ขึ้นในเขตโทษ แต่โหม่งโดนใต้ลูกข้ามคาน
ฝรั่งเศส ครองบอลบุกอยู่ฝั่งเดียว แต่กระนั้นโอกาสลุ้นสกอร์ไม่ถือว่าจะแจ้งมากนัก เมื่อ โครเอเชีย ถอยไปตั้งกำแพงรับแน่น 2-3 ชั้นก่อนถึงประตู
ฝรั่งเศส มีโอกาสใกล้เคียงตอนท้ายครึ่งแรก โอลิเซ่ ตัดบอลได้ในแดนหน้าจ่ายเร็วเข้าเขตโทษให้ บาร์โคล่า หลุดเข้าเขตโทษ แต่จังหวะยิงเจอ ลิวาโควิช ออกมาผวาใช้ขาเซฟได้
แต่กลับมาลุยกันต่อในครึ่งหลัง ฝรั่งเศส นำ 1-0 สมใจในนาที 52 คีลิยัน เอ็มบัปเป้ เรียกฟรีคิกหน้าเขตโทษได้ และ ไมเคิ่ล โอลิเซ่ รับหน้าที่สังหารปั่นข้ามกำแพงเสียบมุมอย่างเฉียบคม แบบที่ ลิวาโควิช ได้แค่ยืนมอง ฝรั่งเศส ขึ้นนำ 1-0
โครเอเชีย ตอบโต้คืนบ้างนานๆ ที แต่ก็สร้างโอกาสได้ในนาที 60 อีวาน เปริซิช ตัดยิงจากฝั่งขวาเขตโทษข้ามคาน
จนนาที 80 ฝรั่งเศส เอาประตูนำ 2-0 ได้สำเร็จ ไมเคิ่ล โอลิเซ่ ทำชิ่งกับ เอ็มบัปเป้ จนได้หลุดไปฝั่งงขวาเขตโทษเปิดเข้ากลางประตูให้ อุสมัน เดมเบเล่ ตวัดยิงเสียบเสาไกล สกอร์รวมเป็น 2-2 และจบ 90 นาทีที่สกอร์นี้จึงต้องสู้กันในช่วงต่อเวลา
ในช่วงต่อเวลาไม่มีฝ่ายใดทำประตูได้ ต้องตัดสินด้วยจุดโทษ
มาร์ติน บาตูริน่า ยิงพลาดตั้งแต่คนแรกให้กับ โครเอเชีย จากนั้น เอ็มบัปเป้ กับ ออเรเลียง ชูอาเมนี่ ยิงเข้าหมด
ฟรันโย่ อิวาโนวิช ยิงพลาดอีกให้กับ โครเอเชีย ในการยิงลำดับที่ 3 แต่ ชูลส์ กุนเด้ ที่ยิงต่อมา ก็ซัดไม่เข้าเช่นเดียวกัน
ขณะสกอร์ดวลเป้าเสมอ 3-3 ก็มาถึงมือยิงคนสุดท้าย ฝรั่งเศส จะชนะทันทีถ้เายิงเข้า แต่ปรากฏว่า เตโอ แอร์กน็องเดซ ตะบันหลุดเสาไปอย่างเสียท่า
อย่างไรก็ตาม ซัดเด้นเดธเป็น โยซิป สตานิซิช ที่ยิงไปถูก ไมค์ เมนยอง ปัดทิ้ง และจากนั้น ดาโย่ต์ อูปาเมกาโน่ กดสูงเสียบตาข่าย ปิดท้ายให้ ฝรั่งเศส เฉือนชนะ 5-4
ฝรั่งเศส เข้าตัดเชือก เนชั่นส์ ลีก กับ สเปน ซึ่งจะเล่นกันในเดือน มิ.ย.
ผลของคู่นี้ยังทำให้ ฝรั่งเศส ไปอยู่กลุ่มดี ฟุตบอลโลก 2026 รอบคัดเลือก โซนยุโรป ร่วมกับ ยูเครน, ไอซ์แลนด์ และ อาเซอร์ไบจาน
ส่วน โครเอเชีย ลงที่กลุ่มแอล ร่วมกับ มอนเตเนโกร, เช็ก, หมู่เกาะแฟโร และ ยิบรอลตาร์
เยอรมัน นำ 3-0 โดน อิตาลี ตี 3-3 แต่ยังเข้า
อีกคู่ของ ฟุตบอล ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก รอบ 8 ทีม เยอรมนี เปิดบ้านรับมือ อิตาลี หลังจากเกมแรก อินทรีเหล็ก บุกชนะมาก่อนแล้ว 2-1 ที่ ซาน ซิโร่
เกมนี้ที่ ซิกนัล อิดูน่า ปาร์ค เริ่มมา เยอรมนี ได้เสียวจาก เลออน โกเร็ตซ์ก้า หน้าเขตโทษยิงหลุดเสา แล้วพอ อิตาลี บุกกลับไปบ้างก็เสียวเหมือนกันหลังเตะมุมเปิดเข้าไปในเขตโทษบอลสกัดไม่ดีมี นิโกโล่ บาเรลล่า วิ่งมาซัดส่งบอลพุ่งข้ามคาน
เยอรมนี ยังได้ครองบอลมากกว่า นาที 26 หาจังหวะจบเพิ่มจากที่ เลรอย ซาเน่ ทำชิ่งกับ จามาล มูเซียล่า ตัดเข้ามาหน้าเขตโทษแล้วตัดสินใจยิงใส่เสาแรก ไม่ผ่าน จานลุยจิ ดอนนารุมม่า
แต่ถึงครึ่งชั่วโมง อินทรีเหล็ก ก็มาได้จุดโทษในจังหวะที่ โกเร็ตซ์ก้า แทงเข้าเขตโทษให้ ทิม ไคลน์เดียนท์ส หลุดเข้าไปโดน อลสซานโดร บวนจอร์โน่ ดึงล้ม ผู้ตัดสินชี้จุดโทษทันที และ โยชัว คิมมิช รับหน้าที่ยิงไม่พลาด เปิดสกอร์นำ 1-0
เยอรมนี ได้ประตูเพิ่ม 2-0 ในนาที 36 จังหวะเตะมุม ดอนนารุมม่า เดินออกมาห่างจากปากประตูเพื่อสั่งการกองหลัง คิมมิช เปิดเร็วให้ จามาล มูเซียล่า ที่ยืนอยู่คนเดียวหน้าประตู ยิงเข้าไปง่ายๆ และไม่ล้ำหน้าด้วยเนื่องจากเป็นการเตะมุม
ก่อนพักครึ่ง น.45 เยอรมนี นำห่างเป็น 3-0 โกเร็ตซ์ก้า รับบอลหน้าเขตโทษเลือกไหลให้ คิมมิช ทางขวาสอดเข้าไปในกรอบแล้วตักไปหน้าประตู ทิม ไคลน์เดียนท์ส ขึ้นโหม่งเข้าประตู แม้โดนปัดออกมาแต่บอลข้ามเส้นเรียบร้อย
อย่างไรก็ตาม ครึ่งหลัง อิตาลี หาประตูตีไข่แตกได้เร็ว นาที 49 จากที่ ซาเน่ จ่ายให้ คิมมิช ไม่ดีจนลูกทะลักถึง มอยเซ่ คีน หน้าเขตโทษ แล้ว คีน สับไกสวนทางผ่าน โอลิเวอร์ เบามันน์ เข้าไป ไล่มา 1-3
นาที 69 อิตาลี ได้โอกาสอีกก็กลายเป็นประตูไล่จี้มาจนได้ ซามูเอเล่ ริชชี่ จ่ายขึ้นหน้าให้ จาโคโม่ ราสปาโดรี่ ส่งต่อถึง มอยเซ่ คีน ยิงโป้งเดียวตุงตาข่ายอย่างเฉียบคม อิตาลี ไล่เหลือ 2-3
กระทั่งช่วงทดเจ็บ เยอรมนี มาเสียจุดโทษหลัง ผู้ตัดสินวิ่งไปดูจอข้างสนามแล้วเป่าให้จุดโทษด้วยเห็นว่า มักซิมิเลี่ยน มิตเทลชตัดท์ ทำแฮนด์บอล ก่อนที่ จาโคโม่ ราสปาโดรี่ จะรับหน้าที่สังหารเข้าไปไม่พลาด ตีเสมอ 3-3
จบเกมลง อิตาลี ทำได้ยอดเยี่ยมด้วยการตามหลัง 0-3 แล้วกลับมาเสมอ 3-3 แต่กระนั้น เยอรมนี ก็เป็นฝายชนะในสกอร์รวม 5-4 ผ่านเข้าตัดเชือกไปพบ โปรตุเกส
ส่วนการแบ่งสาย ฟุตบอลโลก 2026 รอบคัดเลือก โซนยุโรป ผลออกรูปนี้ทำให้ เยอรมนี ไปอยู่กลุ่มเอ ร่วมกับ สโลวาเกีย, ไอร์แลนด์เหนือ และ ลักเซมเบิร์ก
ฟาก อิตาลี ลงที่กลุ่มไอ อยู่กับ นอร์เวย์, อิสราเอล, เอสโตเนีย และ มอลโดว่า
ติดตามการแข่งขัน ฟุตบอลวันนี้ วิเคราะห์สถานการณ์ พรีเมียร์ลีก และเปลี่ยนการวิเคราะห์การแข่งขันที่แม่นยำของคุณ ให้กลายเป็นรายได้จริงกับ 12BET! เรียนรู้เพิ่มเติม >> 12BET.com